GREEN PACKAGING

บรรจุภัณฑ์ที่คิดเพื่อโลกเป็นอย่างไร ค้นพบคำตอบได้ที่นี่


Design Talk 2017: TAKU SATOH

6 ก.ค. 2560

        ถ้าพูดถึงนักออกแบบระดับแนวหน้าของประเทศญี่ปุ่น ชื่อของ “Taku Satoh” น่าจะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนรู้จักดีในฐานะนักออกแบบผู้สร้างสรรค์ผลงานน่าจดจำให้แก่แบรนด์ดังๆ และผลิตภัณฑ์มากมายที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวญี่ปุ่น และถือเป็นดีไซเนอร์ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการดีไซน์แดนอาทิตย์อุทัย โดยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา SCG Packaging ร่วมกับ Wallpaper* Thai Edition ได้ร่วมกันจัดเสวนา SCG Packaging X Wallpaper* : Design Talks 2017 ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณทาคุ ซาโตะมาถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน และมุมมองที่น่าสนใจในการเป็นนักออกแบบของเขาให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่และบุคคลทั่วไปที่สนใจได้ฟังกัน

Design is everywhere

        คุณทาคุ ซาโตะ เริ่มต้นพูดคุยถึงปรัชญาในการออกแบบว่า “ในทุกมิติของมนุษย์ ล้วนเกี่ยวข้องกับดีไซน์ทั้งสิ้น” หากลองพิจารณาสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นอาคาร หลอดไฟ แอร์คอนดิชั่น หรือแม้แต่กระแสลมจากแอร์ก็เกิดขึ้นมาจากการดีไซน์ จึงอาจกล่าวได้ว่าสิ่งต่างๆ บนโลกจะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ได้ ต้องผ่านการดีไซน์เท่านั้น

        คุณซาโตะเชื่อว่า ดีไซน์เป็นสิ่งเดียวในวิถีชีวิตมนุษย์ที่ไม่อาจจัดเป็น Category ใดๆ ได้ เพราะดีไซน์มีอยู่ในทุกๆ มิติของสังคม ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา วิทยาศาสตร์ ศิลปะ และทุกสาขาวิชาต่างต้องการดีไซน์ เช่น การออกแบบในอุตสาหกรรม (Industrial Design) การออกแบบในธุรกิจการค้า (Commercial Design) การออกแบบในวงการแฟชั่น Fashion Design หรือการออกแบบเพื่อสื่อสารกับผู้คน (Graphic Design) ดังนั้น ในอนาคตดีไซเนอร์จะก้าวเข้าไปเกี่ยวข้องกับมิติที่หลากหลายของโลก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้คุณซาโตะได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับสินค้าและผลงานมากมายในประเทศญี่ปุ่น

Design by Taku Satoh

        แนวคิดและวิธีการทำงานออกแบบ คือสิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้จากผลงานของคุณซาโตะ ซึ่งเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้น ถูกแฝงไว้ด้วยแนวคิดในการออกแบบสไตล์ของเขา อาทิเช่น

  • รีเสิร์ช (Research) ข้อมูลก่อนออกแบบ

        “Nikka Pure Malt Whisky” คือผลงานที่คุณซาโตะเล่าว่าเขาต้องทำรีเสิร์ชอย่างหนัก ตั้งแต่ศึกษาข้อมูลบริษัทนิกก้าและประวัติวิสกี้ ชิมวิสกี้ทุกถังในโรงเหล้าเพื่อหารสชาติที่ดีที่สุด รวมทั้งคิดรายละเอียดต่างๆ เช่น ปริมาณบรรจุ แพคเกจ ราคา กระทั่งคิดว่าถ้าเอาวิสกี้ของนิกก้าไปวางที่บาร์ ร้านค้า หรือบ้าน บรรยากาศของสถานที่เหล่านั้นจะเป็นอย่างไร ก่อนจะได้เป็นวิสกี้ “Pure Malt” บรรจุอยู่ในขวดที่ดูเรียบง่ายราวกับไม่ได้ถูกออกแบบใดใดเลย แต่คุณซาโตะยืนยันว่า การดีไซน์ขวดวิสกี้ให้ดูเรียบนั้น เขาใช้มุมมองของ Interior Design ในการออกแบบ เพราะเขาต้องการให้ขวดวิสกี้กลมกลืนไปกับทุกบรรยากาศของห้องที่มันวางอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านญี่ปุ่นแบบเก่าหรือแบบโมเดิร์น และเมื่อดื่มวิสกี้จนหมดแล้ว ก็สามารถนำขวดเปล่าไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อได้ ซึ่งปรากฏว่าวิสกี้ “Pure Malt” กลายเป็นสินค้าฮิตฮอตที่สุดของญี่ปุ่นในช่วงปี 1984 และถือเป็นผลงานที่แจ้งเกิดคุณซาโตะในฐานะดีไซเนอร์อย่างเต็มตัว

  • สร้างเอกลักษณ์ ดึงดูดใจ ไม่ซับซ้อน

        การสร้างเอกลักษณ์ที่จดจำง่ายให้แก่สินค้า เป็นจุดเด่นหนึ่งในงานออกแบบของคุณซาโตะ เขาถ่ายทอดแนวคิดนี้ผ่านผลงานหลายชิ้น เช่น ป้ายโฆษณาเสื้อผ้าแบรนด์ PLEATS PLEASE by ISSEY MIYAKE ที่เปลี่ยนจากการให้นางแบบสวมใส่เสื้อผ้าเพื่อโชว์สินค้า เป็นการนำเสนอผ้าอัดพลีทซึ่งเป็นวัสดุสำคัญผ่านรูปลักษณ์ของซูชิ อาหาร สัตว์ ดอกไม้ ฯลฯ ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “วัสดุของ PLEATS PLEASE เปรียบเหมือนสีหรือดินน้ำมันที่สามารถเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้”

        การออกแบบอักษรโลโก้ของกระเป๋าแบรนด์ BAO BAO by ISSEY MIYAKE ด้วยการดึงเอารูปทรงสามเหลี่ยมที่บ่งบอกถึงความเป็น BAO BAO อยู่แล้ว มาประกอบเป็นอักษรที่สื่อถึงวัสดุทำกระเป๋าไปในตัว หรือจะเป็นหมากฝรั่ง Lotte's Xylitol ที่คุณซาโตะตั้งใจออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนยาสีฟันที่ดีต่อสุขภาพฟัน ซึ่งเขาใช้องค์ประกอบเพียง 3 อย่าง คือ อักษรโลโก้ สี และสัญลักษณ์ เพียงเปลี่ยนสีพื้นก็สามารถบ่งบอกถึงรสชาติที่ต่างกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้การดีไซน์ที่ซับซ้อนเพื่อนำเสนอรสชาติเลย นอกจากนี้ สิ่งที่สร้างจุดเด่นให้ Lotte's Xylitol อย่างมาก คือสัญลักษณ์ที่เป็นภาพท็อปวิวของฟันกราม (หลายคนคงนึกไม่ถึง) มีความสมมาตร ไม่ว่าจะมองแนวตั้งหรือแนวนอน คนซื้อก็ดูออกทันทีว่าเป็นตราสัญลักษณ์เดียวกันเสมอ

  • กระตุ้นจินตนาการ สร้างเรื่องราว

        การสร้างความสงสัย กระตุ้นให้เกิดจินตนาการ และนำไปสู่เรื่องราวเบื้องหลัง เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการออกแบบที่คุณซาโตะเล่าให้ฟัง โดยเฉพาะการดีไซน์ตราสัญลักษณ์ต่างๆ เช่น สัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์คานาซาวา (21st Century Museum of Contemporary Art, Kanazawa) สัญลักษณ์ของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Museum of Nature and Science) กรุงโตเกียว ซึ่งใครดูแล้วก็ต้องสงสัย ว่าคือภาพอะไร หรือมีความหมายอย่างไร ภาพเขี้ยวแหลมสีแดงเรียงกันเป็นทรงโค้ง คุณซาโตะบอกว่า ได้ไอเดียมาจากเขี้ยวของไดโนเสาร์ ผนวกกับแนวคิดในการออกแบบที่ต้องการให้สัญลักษณ์เป็นเหมือนกับประตู อยากให้คนที่มาพิพิธภัณฑ์ได้ลองใช้จินตนาการว่า เมื่อข้ามประตูเข้าไปแล้วจะได้พบกับอะไรบ้างที่จัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ อีกทั้งเป็นการกระตุ้นให้คนคิดตามและตั้งคำถาม เมื่อมีคนถาม ก็จะนำไปสู่การพูดคุยถึงที่มาและเรื่องราวเบื้องหลังตราสัญลักษณ์ นั่นคือการสร้างคุณค่าให้แก่แบรนด์หรือโลโก้ผ่าน Story ที่น่าสนใจ แล้วเรื่องราวก็จะถูกจดจำไปพร้อมๆ กับตราสัญลักษณ์ “การสร้าง Story จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการออกแบบ” คุณซาโตะย้ำเช่นนั้น

  • การฟังสำคัญที่สุด

        อีกหนึ่งแนวคิดในการดีไซน์ผลงานคุณซาโตะ คือการตั้งใจฟังความคิดเห็นและความต้องการของลูกค้า หรือผู้ที่เขาต้องการสื่อสารด้วย เพื่อทำความเข้าใจแล้วนำสิ่งที่ได้ฟังมาใช้ในการดีไซน์ที่ตอบโจทย์ ซึ่งเขาสรุปให้ฟังอย่างง่ายๆ ว่า “ดีไซเนอร์ คือคนที่มีเต็มไปด้วยไอเดีย เมื่อคิดอะไรได้ก็อยากจะพูด อยากสื่อสารออกไป แต่ถ้าทำอย่างนั้นแล้ว คนที่เราพยายามสื่อสารด้วยจะไม่สามารถพูดความคิดเห็นของเขาออกมาได้ แต่สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการสื่อสารกับลูกค้าหรือผู้คนในฐานะดีไซเนอร์ คือ เราต้องพยายามฟังเสียงของคนที่เราจะสื่อสารด้วยให้มากที่สุด ถ้าสมมุติมีเวลาคุยกับลูกค้า 10 นาที ผมจะใช้เวลาฟังสิ่งที่เขาพูด 9 นาที และใช้อีก 1 นาทีที่เหลือ พูดไอเดียหรือเรื่องราวของเราให้เขาฟัง”

 

Design Mind

        การเป็นนักออกแบบอาชีพ ทำให้คุณซาโตะเล็งเห็นความสำคัญของการออกแบบมาก เขาย้ำกับผู้ฟังในช่วงท้ายการเสวนาว่า การออกแบบเกี่ยวข้องกับทุกคน และเขาเชื่อว่าทุกคนต้องมี “หัวใจของการออกแบบ (Design Mind)” ซึ่งสังเกตได้จากอาคาร สถานที่ และสภาพแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่ ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เราต้องให้การศึกษาเกี่ยวกับการดีไซน์แก่เด็ก เพื่อสร้างหัวใจของการออกแบบให้เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ คุณซาโตะจึงเดินหน้าก่อตั้งและผลิตสื่อที่สอนให้เด็กๆ เข้าใจแนวคิดเรื่องการออกแบบให้รายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษาช่อง NHK ของประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ Nihongo de Asobo (Let's Play with Japanese) และกลายเป็นรายการที่เด็กๆ ญี่ปุ่นเฝ้ารอชมกันทุกเช้า

        ก่อนจบการเสวนา คุณซาโตะได้ฝากข้อคิดถึงดีไซเนอร์รุ่นใหม่ว่า ในอนาคตดีไซเนอร์ควรต้องก้าวข้ามกรอบและข้อจำกัดของตัวเอง เพื่อสร้างการออกแบบที่ตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น ดีไซเนอร์จึงควร “ใส่ใจ” การออกแบบในทุกๆ มิติ ต้องมองว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรในอนาคต ที่สำคัญคือ ต้องใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย และเขายังย้ำถึงมุมมองในการออกแบบของเขาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นอีกว่า “การออกแบบไม่ใช่การทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ แต่เป็นการทำในสิ่งที่ควรทำ”

 

 

  • 0
  • 0

COMMENT

RELATED CONTENT

 

< BACK

 
© 2015 SCG Packaging PLC. All rights reserved. Legal & Privacy
Top