GREEN BLOG

บทความดีๆ แนวคิดโดนๆ ที่จะมาช่วยปรับชีวิตที่มีให้กรีนได้ง่ายขึ้น จนคุณแทบไม่รู้ตัว


ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ พื้นที่แห่งศาสตร์พระราชา

  • 1
  • 1,545

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

พื้นที่แห่งศาสตร์พระราชา

    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระราชาที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของพสกนิกรไทยอย่างยิ่ง ตลอดจนทรงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ เพื่อให้เป็นแหล่งทรัพยากรอันมีค่าแก่การดำรงชีวิตของประชาชน ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จึงเกิดขึ้นด้วยต้องการแสดงแนวพระราชดำริเกี่ยวกับความสำคัญของธรรมชาติ ซึ่งหัวใจของศูนย์แห่งนี้คงสำเร็จไม่ได้ หากขาดกำลังหลักอย่าง อาจารย์ปัญญา ปุลิเวคินทร์ ผู้ขอถวายงานสานต่อแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และส่งต่อพระราชปณิธานของในหลวงไปสู่หัวใจของคนไทยทุกคน

 

 

ศูนย์ศึกษาจากพระราชดำริ

    จากอดีตพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ผู้มีประสบการณ์ในการน้อมนำแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของเกษตรกร อาจารย์ปัญญาได้ตัดสินใจลาออกจากงาน ก่อนจะก้าวเข้ามาดูแลศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติอย่างเต็มตัว เมื่อปลายปี พ.ศ.2548 อาจารย์ปัญญาเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของศูนย์ศึกษาแห่งนี้ว่า

    “ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติสัมพันธ์กับการก่อสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล เพราะประมาณ 40 ปีที่แล้วในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯ เข้ามาในพื้นที่แถบนี้ เพื่อสำรวจและเตรียมสร้างเขื่อน ด้วยทรงมองการณ์ไกลว่า ในอนาคตป่าไม้เมืองไทยจะถูกทำลายลงมาก เมื่อไม่มีป่าคอยซับน้ำ น้ำก็จะหลากท่วมกรุงเทพฯ พระองค์ท่านจึงมีพระราชประสงค์ให้สร้างเขื่อนขึ้น เพื่อป้องกันน้ำป่าที่ไหลมาจากเขาใหญ่ทางทิศตะวันออก และทรงรับสั่งกับข้าราชบริพารว่า ‘ช่วยหาซื้อที่ดินรกร้างแถวนี้ให้เราสักผืนหนึ่ง จะใช้เป็นพื้นที่แสดงแนวคิดของเราเกี่ยวกับความสำคัญของธรรมชาติ หากวันหนึ่งแถบนี้เจริญแล้ว คนจะได้เห็นว่าธรรมชาติมีความสำคัญเป็นอย่างไร’

“พระองค์ได้ที่ดินผืนนี้มาเมื่อปี พ.ศ.2532 เดิมทีเป็นทุ่งนาที่เจ้าของทิ้งร้าง เพราะดินเปรี้ยว ทำนาไม่ได้ผล แต่ในหลวงทรงเห็นต่าง รับสั่งว่า ‘ดีแล้ว เราจะได้ทำให้เขาเห็นว่าที่ดินที่คนสิ้นหวัง คิดว่าเพาะปลูกอะไรไม่ได้แล้ว เราจะใช้แนวคิดของเราทำเป็นผืนป่าให้ดู’ จากนั้นในปี พ.ศ.2545 ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา จึงได้ปรึกษากับสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยว่าจะใช้ที่ดินแปลงนี้ทำเป็นศูนย์ศึกษาความสำคัญของธรรมชาติตามพระราชดำริ ถวายในหลวงเนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ในปีพ.ศ.2549 และเฉลิมพระชนมายุ 80 พรรษา ในปี พ.ศ.2550 เลยขอพระราชานุญาตใช้ที่ดินจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ก็ทรงอนุญาตและพระราชทานชื่อให้ว่า ภูมิรักษ์ธรรมชาติ หมายถึง แผ่นดินซึ่งใช้แสดงแนวพระราชดำริของในหลวงเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ”

 

 

สานต่อศาสตร์พระราชา

อาจารย์ปัญญาเล่าว่า สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธฯ วางแผนปรับที่ดิน 14 ไร่ของศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติตามคอนเซ็ปต์ “จากภูผาสู่มหานที” จัดสรรพื้นที่เป็นภูเขา ป่าไม้ ลำธาร และสระน้ำ แล้วแบ่งโซนเรียนรู้ออกเป็น 4 ภูมิภาค เพื่อให้ผู้เข้าชมได้รับทั้งความรู้เกี่ยวกับแนวพระราชดำริ ทฤษฎีการพัฒนา และรู้สึกสนุกเหมือนได้เดินเล่นทั่วเมืองไทยไปพร้อมกัน โดยจัดองค์ความรู้เรื่องต่าง ๆ ออกเป็นกลุ่มตามภูมิภาค เพื่อให้จดจำได้ง่าย เช่น ภาคเหนือนำเสนอเรื่องปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ป่าเปียกกันไฟ ฝายชะลอความชุ่มชื้น ภาคกลางนำเสนอเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านดิน เส้นทางเครื่องแกง ภาคอีสานนำเสนอเรื่องธนาคารข้าว บ่อปลา ปศุสัตว์ ภาคใต้นำเสนอเรื่องน้ำมันไบโอดีเซล แกล้งดิน แก้มลิง ทั้งนี้ ภายในศูนย์ยังมีพิพิธภัณฑ์สรุปองค์ความรู้จากแนวพระราชดำริให้เข้าไปศึกษาอีกด้วย

นอกจากนั้น อาจารย์ปัญญายังต่อยอดความรู้ให้แก่ผู้คนสนใจ ด้วยโครงการอบรมพิเศษที่ทำต่อเนื่องมาถึง 5 รุ่น โดยมีหลักสูตรอบรมที่แตกต่างกันไป เช่น เศรษฐกิจพอเพียงและโซล่าเซลล์ ผลิตภัณฑ์เชิงลึก และแพทย์แผนไทย รวมถึง “โครงการขาดทุนเงิน กำไรบุญ” ซึ่งเป็นกิจกรรมร่วมแรงร่วมใจของเหล่าลูกศิษย์ของศูนย์ ที่จะมาพบปะกันเพื่อแลกเปลี่ยนและขายสินค้าในราคาย่อมเยาว์ แล้วนำเงินมาสมทบทุนเพื่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติต่อไป

“ข้อดีของโครงการอบรม คือเป็นการสร้างตัวอย่างความสำเร็จ หากคนมาอบรมนำความรู้ไปลงมือทำจริง ๆ เมื่อเขาทำสำเร็จก็จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ อีกมาก ลองคิดดู ผมคนเดียวยังกระจายความรู้และแนวพระราชดำริของในหลวงไปถึงลูกศิษย์เป็นพันคนได้เลย แล้วถ้าลูกศิษย์ช่วยกันกระจายความรู้ไปสู่คนอื่น ๆ ต่ออีกละ องค์ความรู้เหล่านี้ก็จะขยายออกไปเป็นเท่าทวี”

 

 

ในหลวงในดวงใจ

กว่า 10 ปีที่ผ่านมา อาจารย์ปัญญาไม่เพียงแต่ทำหน้าที่วิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ทุกคนได้รู้จัก แต่เขายังลงมือพัฒนาผืนดินเปรี้ยวแห่งนี้ตามทฤษฎีแกล้งดิน จนทำให้ที่ดินรกร้างแห้งแล้งกลับมาเป็นป่าที่ร่มรื่น อุดมไปด้วยต้นไม้นานาชนิด สระน้ำที่เคยแห้งขอดก็ได้น้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลผันเข้ามาชะโลมความชุ่มชื้นและใช้เลี้ยงปลา ความสมบูรณ์ของผืนป่าเล็ก ๆ ที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง คือบทพิสูจน์ว่าแนวพระราชดำริเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติของในหลวงรัชกาลที่ 9 สามารถทำได้จริง เห็นผลจริง

อาจารย์ปัญญาเล่าถึงความทุ่มเทแรงกายแรงใจในการพัฒนาศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติว่า “เมื่อเรารักใคร ศรัทธาใคร เราย่อมทุ่มเทให้แก่คนนั้น ผมจึงตั้งใจทำงานที่นี่เพื่อถวายในหลวง เพราะโตมากับการเห็นในหลวงทรงงานหนักทั้งกลางวันกลางคืน ค่อย ๆ ซึบซับสิ่งที่พระองค์ทรงทำมาตลอด เมื่อรู้สึกท้อไม่ว่าเรื่องอะไร ผมจะนึกถึงในหลวงทันที พระองค์ท่านเป็นถึงพระเจ้าแผ่นดิน แต่ทรงทำงานหนักเพื่อประชาชน ทั้งเสด็จขึ้นเขาลงห้วย ทุรกันดารแค่ไหนพระองค์ก็ไปมาหมด ไม่เคยเห็นพระองค์ท่านทรงท้อเลย แล้วผมจะท้อได้อย่างไร ในอนาคตผมเลยอยากพัฒนาศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติให้ดีและชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้คนที่เข้ามาเรียนรู้ได้เข้าใจและเข้าถึงแนวพระราชดำริของในหลวงอย่างแท้จริง

    “เหมือนที่ ดร.สุเมธบอกเสมอว่า เราไม่เพียงแต่เห็นในหลวง แต่เราต้องมองในหลวงด้วย พระองค์เคยรับสั่งเรื่องอะไรไว้บ้าง ให้พวกเราศึกษาให้ลึกซึ้งแล้วนำไปปฏิบัติตาม ต่อให้ในหลวงเสด็จสวรรคต พระองค์ก็ไม่ได้จากพวกเราไปไหน แต่จะทรงอยู่ในตัวของเรา ในใจของเราเสมอ ดังนั้น เมื่อสัมผัสดิน ผมจะรู้ว่าในหลวงทรงสอนเรื่องอย่าปอกเปลือยดินให้ห่มดิน สัมผัสต้นไม้ ในหลวงทรงสอนว่าให้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สัมผัสน้ำ ในหลวงทรงรับสั่งเรื่องแก้มลิง ฝายชะลอความชุ่มชื้น กังหันน้ำชัยพัฒนา หรือถ้าสัมผัสใจ แล้วรู้สึกว่าใจของเรารู้จักพอ แสดงว่าในหลวงทรงอยู่ในใจเราแล้ว” อาจารย์ปัญญาปิดท้ายการสนทนาด้วยความตื้นตันใจ ในฐานะผู้เดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชาผู้ทรงทำงานหนักเพื่อปวงชนชาวไทยมาตลอด 70 ปี

 

สนใจเข้าศึกษาดูงานศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ ติดต่อ

98/1 หมู่ที่ 2 บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 26000

Facebook : www.facebook.com/BHUMIRAK.CENTER

Website : www.bhumirak.com

โทร.037-384-049 หรือ 086-549-0918

 
  • Created 16 Oct 2017 | by GREEN GOODs

RELATED CONTENT

COMMENT

© 2015 SCG Packaging PLC. All rights reserved.

Legal & Privacy | Take Down Notice

Top