GREEN BLOG

บทความดีๆ แนวคิดโดนๆ ที่จะมาช่วยปรับชีวิตที่มีให้กรีนได้ง่ายขึ้น จนคุณแทบไม่รู้ตัว


“SFT เมลอน” เส้นทางไม่ธรรมดา กว่าจะถึงความกรอบ หอม อร่อย

  • 1
  • 2,365

      ในบรรดาผลไม้คลายร้อน นาทีนี้คงไม่มีอะไรฮอตฮิตไปกว่า เมลอน (Melon) พืชตระกูลแตงที่โดดเด่นในเรื่องของความกรอบและหอมละมุน แต่กว่าเจ้าเมลอนเนื้อหอมจะหวานฉ่ำโดนใจ เรียกได้ว่าคนปลูกต้องดูแลเอาใส่ใจกันสุด ๆ คุณรัฐภูมิ รวมอัญมณี และ คุณอำนาจ ถาวรกุล สองเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลไร่ “SFT เมลอน” ได้แบ่งปันเรื่องราวให้ฟังว่า กว่าจะปลูกเมลอนได้สำเร็จอย่างทุกวันนี้ต้องผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้าง

 

ใช้เวลาว่างสร้างรายได้

      จากกิจการเพาะชำกล้าไม้ยูคาลิปตัส บริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด (The Siam Forestry Co., Ltd.) ธุรกิจในเครือ บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ได้ใช้เวลาว่างช่วงสามเดือนสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นช่วงเว้นจากการเพาะต้นกล้ายูคาลิปตัส มาสร้างรายได้เสริมให้ลูกจ้างและชาวบ้านรอบ ๆ ไร่ ด้วยการหันมาปลูกเมลอน ซึ่งเป็นผลไม้ที่คนเริ่มปลูกกันเยอะ ราคาดี และมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง ภายใต้แบรนด์ “SFT เมลอน” 

      คุณรัฐภูมิเล่าว่า ภายในศูนย์มีโรงเรือนเพาะต้นกล้าเหลือใช้หลายหลัง จึงคิดดัดแปลงเป็นโรงเรือนปลูกเมลอน โดยเริ่มต้นจากการไปศึกษาดูงานในไร่อื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จ แล้วจึงกลับมาทดลองปลูกเอง ซึ่งใช้เงินลงทุนสูงมาก เฉพาะเมล็ดพันธุ์เมลอน ก็ตกเมล็ดละ 5 บาทแล้ว โดยครั้งแรกที่ปลูกและยังไม่มีประสบการณ์ เคยประสบกับปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืชรุมเร้าจนเมลอนเสียหายหมดทั้งโรงเรือนมาแล้ว

 

ใส่ใจดูแลด้วยวิถีธรรมชาติ

      เมลอนเป็นพืชที่ต้องเอาใจใส่และใช้ทักษะในการดูแลอย่างมาก จากปัญหาดังกล่าวทำให้ต้องเร่งหาทางแก้ไข และเนื่องจากไร่สยามฟอเรสทรีเน้นผลผลิตปลอดสารพิษ จึงได้ผลิตสารอินทรีย์กำจัดศัตรูพืชขึ้นมา 2 ชนิด คือ “ไตรโคเดอร์มา” เชื้อสีดำสำหรับกำจัดแบคทีเรียและเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคกับต้นเมลอน และ “บิวเวอร์เรีย” เชื้อสีขาวสำหรับกำจัดตัวอ่อนแมลง แมลง และเพลี้ย ซึ่งทั้งสองชนิดไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

      เชื้อทั้งสองคือสารอินทรีย์ที่เป็นศัตรูทางธรรมชาติของแบคทีเรียและแมลงอยู่แล้ว เพียงแค่นำมาเพาะเพื่อใช้เป็นยากำจัดศัตรูพืช ด้วยการผสมหัวเชื้อให้ละลายรวมกับน้ำ แล้วกรองเอาน้ำมาฉีดพ่นต้นเมลอน จึงช่วยให้ผลผลิต SFT เมลอนในล็อตต่อ ๆ มาปลอดภัยจากโรคและแมลง แถมรสชาติยังกรอบ หอม ถูกใจผู้บริโภคสมความตั้งใจ

 

หนึ่งต้น หนึ่งผล

      ไร่สยามฟอเรสทรีปลูกเมลอน 2 สายพันธุ์ คือ เมลอนสีทองหรือแคนตาลูป เด่นตรงเนื้อกรอบอร่อย และเมลอนตาข่ายสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่มีชื่อการค้าว่า “เมลอนไพลิน” เด่นที่ความหอม เนื้อนิ่ม แม้ว่าเมลอนหนึ่งต้นจะให้ผลได้หลายลูก แต่เพื่อรสชาติและความอร่อยที่ยอดเยี่ยมที่สุด SFT เมลอนเลือกเก็บผลผลิตไว้เพียงต้นละหนึ่งลูก และเก็บเกี่ยวแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

      นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เมลอนมีราคาค่อนข้างแพง อย่างแคนตาลูปของที่นี่ใช้เวลาปลูก 45 วันจึงได้ผลสุก ราคากิโลกรัมละ 90 บาท ส่วนเมลอนตาข่าย ราคากิโลกรัมละ 120 บาท ต้องใช้ระยะเวลาเลี้ยงนานกว่าถึง 75 วัน และไม่ทนโรคจึงดูแลยากกว่าด้วย แต่ข้อดีของการปลูกเมลอน คือเราสามารถกำหนดระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่แน่นอนได้ เหมาะแก่การปลูกเพื่อส่งขาย ซึ่ง SFT เมลอนตั้งใจว่าในอนาคตจะปลูกเมลอนสายพันธุ์อื่นเพิ่มเติม และพัฒนาคุณภาพเมลอนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อจับตลาด Modern trade และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

 

สู่ตลาดสีเขียว

      ทุกวันนี้ SFT เมลอน ขายประจำที่ตลาดกรีนมาร์ท (Green Mart) เอสซีจี สำนักงานใหญ่ บางซื่อ กรุงเทพฯ และตลาดนัดชุมชนตำบลวังศาลา อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากเริ่มปลูกเมื่อประมาณเดือนกันยายน พ.ศ.2559 SFT เมลอนได้วางตลาดไปแล้ว 4-5 รุ่น ผู้ดูแลไร่ทั้งสองบอกอย่างภูมิใจว่า ผลตอบรับจากลูกค้าหลายคนชมว่าเมลอนของพวกเขากรอบและหอมอร่อย บางคนก็บอกว่ารสชาติยังหวานน้อยไปหน่อย แต่โดยภาพรวมแล้วผลตอบรับค่อนข้างดีมาก ทำให้จากที่เคยปลูกแค่ช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ทางไร่จึงเปลี่ยนมาปลูกตลอดทั้งปี และจ้างชาวบ้านมาดูแลไร่เมลอนโดยเฉพาะ และอาจมีการลงทุนให้เป็นอีกหนึ่งธุรกิจสำคัญ ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนรอบศูนย์เพาะชำกล้าไม้ยูคาลิปตัส และมุ่งหน้าสู่ตลาดออร์แกนิกอย่างเต็มตัวต่อไป

 

ตามไปชิม SFT เมลอน

สอบถามคุณรัฐภูมิ รวมอัญมณี โทรศัพท์ 034-615-000-20 ต่อ 7302

  • Created 08 Jun 2017 | by GREEN GOODs

RELATED CONTENT

COMMENT

© 2015 SCG Packaging PLC. All rights reserved. Legal & Privacy
Top